​รู้หรือไม่? ในยุคโบราณ เหล่าเจ้าขุนมูลนาย ฮ่องเต้ และองค์ไทเฮา มักจะมีอัญมณี 2 ชนิดนี้ติดกายไว้เสมอ เพื่อเสริมบารมีและปัดเป่าอุปสรรค นั่นคือ “หยก” และ “ไข่มุก” ค่ะ

​ตามหน้าประวัติศาสตร์จีน เครื่องประดับทั้งสองสิ่งนี้ไม่ได้เป็นแค่ความสวยงาม แต่คือเครื่องรางระดับสูง


  • ​หยก (ตัวแทนธาตุดิน): ในวัฒนธรรมจีนโบราณ หยกคืออัญมณีแห่งสวรรค์ เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและคุณธรรม ฮ่องเต้จะทรงใช้ตราประทับหยกเพื่อแสดงถึงอาณัติแห่งสวรรค์ เชื่อกันว่าหยกมีพลังในการปกป้องคุ้มครองสูงมาก ช่วยดูดซับสิ่งไม่ดี และทำให้ผู้สวมใส่แคล้วคลาดปลอดภัย
  • ​ไข่มุก (ตัวแทนธาตุน้ำ): ไข่มุกเป็นตัวแทนของ “ธาตุน้ำ” สื่อถึงความอ่อนโยน บริสุทธิ์ และพลังแห่งความมั่งคั่งที่ไหลเวียนไม่ขาดสาย ในสมัยราชวงศ์ชิง ไข่มุกถูกใช้ประดับหมวกขุนนางเพื่อแสดงยศศักดิ์ และเชื่อกันว่าช่วยเสริมโชคลาภและความรุ่งเรืองให้ผู้สวมใส่

 พลังแห่ง “ธาตุเย็น”

ตามตำราโบราณ ทั้งหยกที่มาจากดิน และมุกที่มาจากน้ำ ล้วนมีคุณสมบัติเป็น “ธาตุเย็น”
เมื่อนำมาสวมใส่จะช่วยปรับสมดุล ปัดเป่าความรุ่มร้อนวุ่นวาย นำพาความสงบร่มเย็นมาสู่ชีวิต
เปรียบเสมือนความอุดมสมบูรณ์ ดึงดูดพลังงานบวกให้ “มีกินมีใช้ไม่มีอด”
ไม่ว่าเครื่องประดับหยกหรือมุกนั้นจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ รูปแบบไหน
หากได้สวมใส่ติดกายไว้
หยก (ดิน) และมุก (น้ำ) เป็น “ธาตุเย็น” ช่วยปรับสมดุล คลายความวุ่นวาย
นำความสงบและพลังบวกเข้ามา เสริมความมั่นคง ปลอดภัย
และความเป็นสิริมงคล พกติดตัวไว้ เชื่อว่าชีวิตจะราบรื่น มีกินมีใช้ไม่ขาดค่ะ